เที่ยวฮ่องกง มาเก๊า การเดินทางระหว่างฮ่องกง มาเก๊า จองโรงแรม ฮ่องกง มาเก๊า

เที่ยวฮ่องกง มาเก๊า การเดินทางระหว่างฮ่องกง มาเก๊า จองโรงแรม ฮ่องกง มาเก๊า
Hong Kong Hotel Reservation

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกนำเที่ยว ฮ่องกง - มาเก๊าครับ


สวัสดีครับ ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกนี้ ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อสมชายครับ เพิ่งมีโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศครับ ก่อนไปผมก็หาข้อมูลต่างๆทางอินเตอร์เน็ท แล้วก็วิธีไปสถานที่ต่างๆ ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากพอสมควรสำหรับผมเพราะผมไม่เคยไปต่างประเทศ ก่อนไปผมก็ได้จองโรงแรมไว้กับอโกด้าครับ (http://www.agoda.co.th/) ราคาค่อนข้างถูก และ มีโรงแรมหลายระดับราคาให้เลือกครับ ส่วนผมไม่ต้องถามว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือกโรงแรม เพราะผมจะบอกเดี๋ยวนี้ครับว่า เรื่องของราคา 555+++ เพราะว่าโรงแรมที่ผมเลือกราคาต่ำสุดแล้วครับในบรรดาทุกโรงแรมที่มีในฮ่องกง และมาเก๊า ซึ่งทั้งสองโรงแรมที่ผมเลือก ผมไม่ผิดหวังเลยครับ ห้องดี สะอาดสะอ้าน ไปมาสถานที่ต่างๆได้สะดวกครับ

ที่มาเก๊าผมเลือก
โรงแรม Ole London ครับ ตั้งอยู่ในเขตมาเก๊า ไปมาสะดวก ด้วยรถบัสฟรีของเดอะเวเนเชี่ยนครับ (ดูหัวข้อวิธีการไปโรงแรมจากสนามบินนะครับ ) ส่วนที่ฮ่องกงผมเลือกโรงแรม Oriental Lander อยู่แถว Mongkok เดินทางสะดวกด้วย MTR สถานี Prince Edward เข้าออกประตู C2 นะครับ (ดูวิธีการไปโรงแรม เริ่มตั้งแต่มาเก๊าได้ที่หัวข้อนี้ครับ) เนื่องจากผมเพิ่งหัดเขียนบล็อกเป็นครั้งแรก ตอนแรกไม่คิดว่าจะเขียนก็เลยถ่ายมาแต่รูปตัวเอง จึงอาจจะทำให้ท่านที่เข้ามาอ่านรำคาญสายตาได้ ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ถ้ารำคาญสายตาจริงๆก็รบกวนอ่านเฉพาะบทความไม่ต้องดูรูปผมนะครับ ขอบคุณสำหรับความเมตตาในครั้งนี้ครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความของบล็อกนี้คงเป็นประโยชน์ให้ผู่ที่เข้ามาอ่านได้ไม่มากก็น้อยนะครับ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเดินทาง สามารถถามได้ที่เมล์ akeadi@gmail.com นะครับยินดีตอบให้ข้อมูลครับผม


TIP : ผมสังเกตว่าถ้าเราจองตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย ไปกลับระหว่างกรุงเทพฯ-ฮ่องกง กับ กรุงเทพฯ-มาเก๊า ผมว่ากรุงเทพฯ - มาเก๊า ราคาตั๋วถูกกว่ากันเยอะครับ ลืมบอกไปครับว่าถ้าใครยังไม่มีบัตรเครดิต และอยากลองสมัครดูจะได้จองตั๋วแอร์เอเชีย กับจองโรงแรมได้ก็คลิกตรงลิงค์ตรงนี้นะครับ แล้วก็เลือกหัวข้อบัตรเครดิต แล้วก็เลือกบัตรต่างๆตามที่ท่านชอบ ส่วนผมเลือก บัตรเครดิตร่วมแอร์เอเชีย -กสิกรไทยครับ ผมว่าอนุมัติง่ายดี ปัจจุบันผมใช้บัตรนี้เป็นหลักครับ
วิธีการอ่านบล็อกนี้ตั้งแต่เริ่มต้นเขียนให้ดูที่เมนูด้านขวานะครับในรายการบทความจะเริ่มตั้งแต่ วิธีการไปโรงแรม Ole London จากสนามบินมาเก๊าครับ อ่านไล่ขึ้นไปตามหัวข้อข้างบนเรื่อยๆนะครับ เพราะบล็อกนี้ ข้อความที่เขียนก่อนจะไปปรากฏอยู่ล่างสุดครับ แต่ผมก็ได้ทำลิงค์สำหรับอ่านบทความหัวข้อถัดไปให้แล้วครับในแต่ละบทความย่อย ซึ่งทุกท่านสามารถอ่านได้ตามลำดับเรื่อยๆครับ
หมายเหตุ ทริปนี้เราไม่ได้ไปเทีี่ยวสวนสนุกโอเชี่ยนปาร์คนะครับ ถ้าใครจะไปโอเชี่ยนปาร์คด้วยกรุณาชมรายละเอียดอีกบล็อกหนึ่งตรงลิงค์นี้เลยนะครับ

อ่านบทความถัดไป เดินทางถึงมาเก๊า วิธีเดินทางไปโรงแรม Ole London

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

เที่ยววัดเจ้าแม่กวนอิมที่พัลส์เบย์และสแตนลี่มาร์เก็ต

วันรุ่งขึ้นพวกเรามีแผนจะไปเที่ยวชมวัดเจ้าแม่กวนอิมที่รีพัลส์เบย์กันครับ (Repulse Bay) ออกจากโรงแรม Oriental Lander เพื่อไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR ประตู C2 สถานี Prince Edward ให้นั่ง MTR สายนี้ไปลงสถานี Central ครับ เสร็จแล้วก็เดินออกมาประตู A แล้วก็เดินขึ้นสะพานลอยเพื่อข้ามไปอีกฟากถนนเพื่อที่เราจะไปต่อรถเมล์ซึ่งมีต้นสายอยู่ใต้อาคาร Exchange Square เรียกว่า Exchange Square Bus Terminus ตรงนี้เราจะเจอรถเมล์หลายสาย ส่วนสายที่จะไปวัดเจ้าแม่กวนอิมได้นั้น ได้แก่สาย 6, 6A, 6X, 66, หรือสาย 260 นั่งประมาณ ครึ่งชั่วโมง ก็ให้ลงตรงป้ายรถเมล์ที่เราเห็นตึกที่มีรูตรงกลางครับ แล้วก็ข้ามถนนมาอีกฟากหนึ่ง ลงไปที่ชายหาด เลี้ยวซ้ายเดินเลาะชายหาดไปเรื่อยๆประมาณ 200 เมตรก็จะเจอ วัดเจ้าแม่กวนอิมที่รีพัลส์เบย์ครับ

ตึกนี้แหละครับที่บอกว่ามีรูอยู่ตรงกลาง

จากชายหาดที่เราลงมา ให้เดินไปทางตึกโค้งๆที่อยู่ด้านหลังผมในรูปนี้ เจ้าแม่กวนอิมจะอยู่ตรงจุดที่ตรงกับตึกนั้นพอดีครับ
ตรงนี้เป็นประตูทางเข้าด้านหน้าเจ้าแม่กวนอิมครับ

ถึงแล้วครับ องค์เจ้าแม่กวนอิมแห่ง Repulse Bay ด้านใต้ของเกาะฮ่องกง

มาเที่ยวที่นี่หากอยากจะเสริมสิริมงคลให้กบชีวิตให้เริ่มจากการยืนอธิษฐานขอพรตรงหน้าพระพักตร์ของเจ้าแม่กวนอิมและเจ้าแม่ทับทิม จากนั้นก็เข้าไปขอพรจากเทพเจ้าแห่งโชคลาภ "ไฉ่ซิงเอี้ย" ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าเจ้าแม่กวนอิม โดยการใช้มือลูบจากเคราลงมาถึงถุงเงินของท่านแล้วกำมาใส่ในกระเป๋าของเรา เหมือนกับถือเคล็ดว่าให้หาเงินทองได้คล่อง เงินไม่รั่วไหลครับผม

สะพานสแดงข้างหลังผมเรียกว่าสะพานต่ออายุครับ เชื่อกันว่าถ้าเดิมข้ามสะพานนี้ไปครั้งหนึ่งอายุจะยืนไป 3 ปี ให้เดินผ่านไปแล้วอ้อมกลับมาอีกทางหนึ่ง นะครับ เขาห้ามไม่ให้เดินย้อนกลับเพราะเชื่อว่าอายุจะสั้นลง 3 ปีครับ (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ)
นอกจากนี้แล้วภายในบริเวณวัดเจ้าแม่กวนอิมนี้ยังมีรูปปั้นเทพเจ้าองค์อื่นๆอีกมากมายหลายองค์รวมทั้งสัตว์ในเทพนิยายของจีนสีสันสวยงามสะดุดตาครับผม

หลังจากนั้นเราก็ออกมาจากวัดเจ้าแม่กวนอิม เดินย้อนกลับทางเดิมไปที่ป้ายรถเมล์ฝั่งที่เรามาจาก Exchange Square Terminus เพ่อจะต่อรถไป Stanley Market จากป้ายนี้ก็สามารถต่อสาย 6, 6A, 6X, 66, 260 และมินิบัสสาย 40 ครับ นั่งต่อไปประมาณ 20 นาทีก็ถึงสุดปลายสายที่ Stanley Plaza ครับ ลงรถมาก็จะต้องเดินเข้ามาใน Stanley Plaza ก็จะเห็นวิวแบบนี้นะครับ เดินลงไปข้างล่างได้ แล้วก็ถ่ายรูปวิวทิวทัศน์รอบๆ สวยๆ ครับ แล้วก็เดินหาของในตลาดตามสบายครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่สินค้าส่วนใหญ่ราคาสูงกว่าตลาด Temple Night Market, Jade Market, Ladies' Market ในฝั่งเกาลูนนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553

เที่ยววัดพระใหญ่ และดิสนีย์แลนด์ครับผม

วันรุ่งขึ้นเราจะไปเที่ยววัดพระใหญ่ โปหลินกันครับ ออกจากโรงแรม Oriental Lander แล้วก็เดินออกไปขึ้น MTR ที่ประตู C2สถานี Prince Edward ถึงสถานีก็ให้ไปฝั่งที่จะไป Tsuen Wan แต่เราจะลงที่สถานี Lai King เพื่อต่อรถสายสีส้ม ที่สถานีนี้ แล้วไปลงที่สุดสายของสายสีส้มคือสถานี Tung Chung แล้วก็ขึ้นกระเช้าหนงปิง 360 องศา ครับ
กระเช้าหนงปิงที่เรานั่งไปนั้นมี 2 แบบนะครับ คือแบบใสกับแบบไม่ใส แบบใสจะแพงกว่าครับ เราเลือกแบบใสเพราะอยากเห็นวิวเยอะๆ แต่ปรากฎว่ามันน่ากลัวมากครับ ไม่มีใครกล้าเดินไปเดินมาเลยครับ กลัวพื้นที่เป็นแก้วมันจะแตก เหวอ...เสียวมากๆ ต้องนั่งหดขากันที่เก้าอี้ครับ (ใครเป็นโรคกลัวความสูงไม่แนะนำให้เลือกแบบใสนะครับ) นั่งกระเช้าไป 20 นาทีก็ถึง Ngong Ping Village เดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึง วัดพระใหญ่ครับ

รูปนี้เป็นรูประหว่างทางเดินที่จะไปวัดพระใหญ่ครับ มีร้านค้ามากมายครับ รวมทั้ง 7Eleven ด้วย มื้อเช้าวันนั้นก็เลยฝากท้องไว้กับข้าวเซเว่นอุ่นไมโครเวฟครับ แต่ก็อร่อยดีเหมือนกัน

รูปนี้ถ่ายที่ด้านหน้าของวัดโปหลินครับ ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระใหญ่


องค์พระใหญ่เด่นตระหง่านอยู่เบื้องหลังผมนะครับ เดี๋ยวผมจะพาขึ้นไปชมกัน เดินขึ้นเหนื่อยมากๆครับ บันไดที่ขึ้นมามีทั้งหมด 268 ขึ้นครับ

ถึงยอดแล้วครับ องค์พระสูงมาก ถ่ายครอบคลุมกล้องไม่หมด พระใหญ่ (Giant Buddha) หรือพระพุทธรูปเทียนถาน (Tien Tan Buddha Statue) สรางโดยคณะสงฆ์แห่งวัดโปหลินซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม สร้างเสร็จและเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมสักการะเมื่อปี ค.ศ. 1993 องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์หนัก 250 ตัน สูง 34 เมตร ในพระอิริยาบทนั่งสมาธิบนฐานใบบัว ยกพระหัตถ์ขวาและแบพระหัตถ์ซ้ายไว้บนตัก พระเนตรจ้องมองลงมามองดูเหมือนองค์พระท่านกำลังประทานพรแก่ผู้ที่มากราบไหว้ ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 10 ปี

ตรงฐานด้านล่างมีรูปปฏิมากรรมนางฟ้า 6 องค์หันหน้าเข้าหาองค์พระ ครับผม

เที่ยววัดพระใหญ่เสร็จแล้วก็สามารถเดินทางไปดิสนีย์แลนด์ได้เลยครับ โดยนั่ง MTR สายสีส้มจากสถานี Tung Chung ย้อนกลับไปทีสถานี Sunny Bay เพื่อที่จะต่อ MTR สายสีชมพูไป Disneyland ครับ

ขบวนรถ MTR ของสาย Disneyland จะเป็นขวนที่ตกแต่งด้วยตุ๊กตาในตัวละครของการ์ตูนของ Disney ครับ หน้าต่างขบวนรถก็ทำแบบการ์ตูนมิกกี้เมาส์ ครับ

ประตูทางเข้าหน้า ดิสนี่ย์แลนด์ครับ

ด้านหน้าทางเข้าประตูที่ตรวจตั๋วครับ ตั๋วราคา 350HK$ ต่อคนนะครับ (ราคาเมื่อปี 2010 ปัจจุบันปี 2011 เพิ่มเป็น 399 HK$ แล้วครับ)

เข้ามาแล้วก็ต่อแถวถ่ายรูปกับตัวละครต่างๆของดิสนีย์ครับ

ตอนบ่ายๆจะมีขบวนพาเหรดของดิสนีย์ให้ชมกันด้วยครับ
เริ่มด้วยมิกกี้เมาส์ตัวเบ้อเร่อเลยครับ
อะไรนะตัวนี้ ชิปมั้ง หรืออะไรเนี่ยแหละ ใครรู้ช่วยบอกหน่อยครับ



เจ๊คนนี้มาจากเรื่องอะไรเนี่ย นึกไม่ออก ไม่ค่อยดูการ์ตูนอ่ะครับ


อันนี้น่าจะเป็นสโนไวท์ครับ เพราะข้างๆรถเธอมีคนแคระ 7 คนเต้นไปเต้นมาอยู่รอบๆด้วยครับ


เจ้าหญิงนิทราในปราสาทกำลังร้องเพลงด้วยครับ


อันนี้ปลาดาว น่าจะมาจากเรื่องลิตเติ้ลเมอร์เมดนะครับ

ผมชอบหุ่นทหารพวกนี้มากเลยครับ เหมือนหุ่นจริงๆเลยอ่ะ เรื่องนี้ ทอย สตอรี่ หรือเปล่านะ คุ้นๆ

ดูขบวนพาเหรดเสร็จแล้วก็เล่นเครื่องเล่นต่างหรือจะชมโชว์ต่างๆก็ได้ครับ อันนี้เป็น Space Mountain นะครับ (ไม่เหมาะสำหรับคนกลัวความสูงและคนกลัวความมืด) เป็นเครื่องเล่นที่น่ากลัวที่สุดแวในดิสนีย์นะครับ เป็นรถไฟเหิรเวหาในความมืด พาเรากวัดแกว่งซ้ายขวาขึ้นลงประมาณ 3 นาที อู้ย...หัวใจจะวาย ไอ้คนที่มันนั่งข้างผมมันเคยมาแล้ว ดูมันชูสองนิ้วด้วย มันรู้ว่ากล้องที่แอบถ่ายตอนที่เรากลัวสุดๆอยู่ช่วงไหน น่าเตะชิบแต่สมน้ำหน้ามัน กล้องถ่ายติดมันนิดเดียว อิๆๆ

เล่นเครื่องเล่นเสร็จก็มาถ่ายรูปกับ บัส ไลท์เยียร์ด้วยครับ ตัวการ์ตูนพวกนี้จะอยู่ตามจุดต่างๆให้เราถ่ายรูปได้เรื่อยๆครับ แต่บางทีแถวยาวมากๆๆๆๆๆครับ กว่าจะได้ถ่าย

อันนี้เป็นเครื่องเล่นอีกอย่างหนึ่งในโซน Tomorrow Land ที่พาเราหมุนรอบๆ พอเวียนหัวนิดๆ มีปุมปรับขึ้นลงด้วยตอนที่เราหมุน
เบื้องหลังผมในรูปนี้คือบ้านบนต้นไม้ของทาร์ซานครับ

ตอนค่ำกลับมาถ่ายที่ลูกโลกของ Tomorrow Land เพราะตอนกลางวันมีแต่คนแย่งถ่าย เซ็งเป็ด
ตอนค่ำก่อนดิสนีย์แลนด์จะปิดก็จะมีพลุจุดให้ชม อลังการมากๆครับ เหนือปราสาทเจ้าหญิงนิทรา

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไปเที่ยวเดอะพีคกันดีกว่าครับ

หลังจากเดินออกมาจากโรงแรม Oriental Lander หลังจากเช็คอินแล้ว เราก็เดินมุ่งหน้าไปยังสถานี MTR ประตู C2 ครับ (ก่อนเดินทางก็แวะกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านบนถนน Portland ที่เป็นแยกถนนก่อนถึงปากทางเข้า C2 ของสถานี Prince Edward ครับ) เพื่อเดินทางไปเดอะพีคซึ่งตั้งอยู่ฝั่งฮ่องกงครับ ให้นั่ง MTR ไปลงสถานี Central เดินออกประตู K หรือ J2 เดินไปตามถนน Garden Road จนถึงสถานีรถราง Peak Tram ครับ (หรือ ลงสถานี MTR Admiralty แล้วเดินออกประตู B เดินตามถนน Cotton Tree Drive) เดินประมาณ 5-10 นาที ก็จะถึง สถานีรถราง Lower Peak Tram Terminus แล้วก็ซื้อตั๋วรถรางครับ แต่เขาจะขายพร้อมแพคเกจ (แล้วแต่เราจะเลือก) ที่รวมค่าขึ้นรถราง ค่าชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่ แล้วก็ชั้นดาดฟ้าที่เรียกว่า Sky Terrace แพคเกจนี้ 200 HK$ ต่อคนครับ

รูปนนี้เป็นอนุสาวรีย์ Sir Thomas Jackson อดีตผู้จัดการธนาคารฮ่องกงเซี่งไฮ้ (HSBC) ตั้งอยู่ที่กลางจัตุรัส Statue Square
ถึงสถานีรถราง Lower Peak Tram Terminus แล้วครับ เสร็จแล้วก็เดินไปซื้อตั๋วครับ

มีหุ่นเฉินหลง ยืนให้ถ่ายรูปตรงที่ซื้อตั๋วด้วยครับ แต่เขาไม่ให้เราถ่ายเอง ถ้าจะถ่ายเขาจะถ่ายให้แล้วต้องซื้อรูปเขา แพงด้วยครับ

โฉมหน้าของรถราง Peak Tram ที่พาเราขึ้นมาบนเดอะพีคเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

ขึ้นมาแล้วก็เข้าชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่ได้เลยครับ เลือกถ่ายรูปกับดาราที่คุณชื่นชอบได้เลยครับ ผมถ่ายกับลุงเอ๊ดดี้ เมอร์ฟี่ก่อนเพราะเราดำเหมือนกันครับ เป็นพี่น้องกัน แต่ผมหล่อกว่า 555+++ (ต้องขออภัยสำหรับท่านที่ไม่เห็นด้วยกับผมครับ 555++อีกรอบ)

กัวฟู่เฉิง ดาราคนโปรดผมเลยครับสมัยเด็กๆ ดูนะครับผมทำท่าเหมือนพี่เขาหรือเปล่า อิๆๆ

ผมได้ถ่ายรูปคู่กับท่านประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย เท่ห์จริงๆ

ราชวงศ์อังกฤษ ครับผม

มาดอนน่าครับ และอีกเยอะแยะมากมาย ขี้เกียจเอามาลงครับ อีกอย่างเดี๋ยวจะเบื่อและหมั่นไส้ผมไปซะก่อนนะ ก่อนออกจากพิพิธภัณฑ์มีการให้เดินผ่านประมาณว่าบ้านฝีสิงด้วย มีเจ้าหน้าที่มาตามหลอกหลอนให้ตกใจเล่นครับ ฮาจริงๆ ได้ยินแต่เสียงกรี๊ดของสาวๆ ที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลังเรา

หลังจากนั้นก็ขั้นไปบนชั้นดาดฟ้าครับ (เราขั้นได้เลย เพราะตั๋วที่เราซื้อรวมทุกอย่างแล้ว ถ้ามาซื้อแยกก็ต้องจ่ายค่าขึ้นดาดฟ้า Sky Terrace อีกคนละ 20 HK$ ) แต่เราไปกลางคืน หมอกลงจัดมาก และยังเป็นปลายฤดูหนาวช่วงต้นเดือนมีนาคม หมอกก็เลยเยอะ มองวิวไม่เห็นเลยครับเห็นแต่ไฟเป็นดวงๆกับเงาตึกเบื้องล่างรางๆ แต่บบรรยากาศ เย็นสบายมากครับ น่านอนเล่นมาก แต่ถ้าอยู่นานๆก็อาจจะหนาวเหมือนกันครับ

หลังจากนั้นเราก็เข้าคิวลงจากเดอะพีคกลับไปโรงแรมเพราะมืดค่ำแล้ว แต่สมาชิกอยากนั่งเรือสตาร์เฟอรี่เลยจัดให้ ครับ ระหว่างล่องเรือก็ได้ชมแสงสี Symphony of Light ที่บรรดาตึกต่างๆบนฝั่งฮ่องกงพร้อมใจเปิดให้ชมกันในยามค่ำคืน ก่อนจะถึงฝั่งเกาลูน ที่จิมซาจุ่ย แวะถ่ายรูปกับหอนาฬิกาก่อนหาสถานี MTR Tsim Sha Tsui เดินทางกลับโรงแรม Oriental Lander ครับ

บทความถัดไป เที่ยววัดพระใหญ่โป๋หลิน และฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ครับ

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

การเดินทางระหว่างมาเก๊ากับฮ่องกง

วันรุ่งขึ้นเราจะต้องเดินทางไปฮ่องกง เช็คเอ้าท์จากโรงแรม Ole London (อย่าลืมขอตังค์คืนที่เรา Deposite เอาไว้ตอนที่เราเช็คอินนะครับ) เสร็จก็สามารถนั่งรถบัสสาย 10 จากหน้าโรงแรมมาเก๊ามาสเตอร์ ไปได้ครับสายเดียวถึง ค่าโดยสาร 3.2 MOP$ เหมือนเดิมครับ เตรียมเหรียญให้พร้อมไม่มีการทอน (จ่ายเงินฮ่องกงก็ได้นะครัย) แต่ว่าผมมีเวลาเหลือเฟือก็เลยนั่งรถฟรีของเวเนเชี่ยนเหมือนเดิมครับ ข้ามถนนมารอรถฟรีของเดอะเวเนเชี่ยนที่หน้าโรงแรมมาเก๊ามาสเตอร์ครับ แล้วก็ลงเดอะเวเนเชี่ยน แวะเข้าห้องน้ำในเดอะเวเนเชี่ยน แล้วก็ออกมาที่ท่ารถของเดอะเวเนเชี่ยนที่เดิม แต่จะต้องเดินหาสายที่ไป Macau HK Ferry Pier ครับ ซึ่งจะจอดอยู่คนละฟากกับคิวรถสายที่เรานั่งมาจาก Yuet Tung Pier นะครับ ถึงป้ายรถหน้าท่าเรือแล้วก็ต้องลอดอุโมงค์ข้ามถนนไปยังอาคารผู้โดยสารเรือเฟอรี่นะครับ ซื้อตั๋วที่ชั้นสอง เป็นของ TurboJet พวกผมเดินทางวันอาทิย์ตั๋วก็เลยแพงกว่าวันธรรมดา (วันธรรมดา 142 HK$ ส่วนวัน เสาร์อาทิตย์ ตั๋วจะอยู่ที่ราคา 154 HK$ ถ้าเดินทางมาจากฮ่องกง วันธรรมดาตั๋วราคา 134 HK$ วันเสาร์อาทิตย์ 146 HK$) ซื้อตั๋วเสร็จก็ผ่านตม.เข้าไปข้างใน รอให้เขาเรียกขึ้นเรือ ครับ (ตั๋วที่เราซื้อเขาจะกำหนดหมายเลขที่นั่งให้เราด้วย ไม่ใช่ใครจะนั่งตรงไหนก็ได้นะครับ) ที่นั่งในเรือก็จะเป็นอย่างที่เห็นครับ นั่งประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงฮ่องกงแล้วครับ

รูปด้านล่างคือโฉมหน้าของ TurboJet ที่เรานั่งมาครับ ไม่มีเวลาถ่ายเลย มัวแต่แย่งกันขึ้น - ลง เรือ เลยถ่ายมาห้ได้ดีที่สุดแค่นี้เองครับ ผ่านตม.ที่ฮ่องกงเสร็จก็เตรียมตัวเดินทางเข้าเมืองไปเช็คอินที่โรงแรมกันครับ เราได้จองโรงแรมกับ อโกด้า เอาไว้ครับ ชื่อโรงแรม Oriental Lander Hotel วิธีการไปโรงแรมนี้ก็ไม่ยากเลยครับ

ออกจากอาคารขาเข้าเสร็จก็เดินหาทางที่จะไปรถไฟใต้ดิน MTR ครับ หาชั้นล่างๆนะครับ มันอยู่ใต้ดินของห้าง Shun Tak ซึ่งต่อเชื่อมกับอาคารขาเข้าของท่าเรือ พอถึงสถานีรถไฟใต้ดิน MTR แล้วก็ให้ซื้อบัตร Octopus นะครับ บัตรเดียว สามารถใช้ร่วมกันได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น MTR, รถบัส, เรือสตาร์เฟอรี่ข้ามฟากระหว่างฝั่งฮ่องกงกับฝั่งเกาลูน หรือแม้แต่ซื้อของในเซเว่นอีเลฟเว่นก็ยังได้ครับ ซื้อครั้งแรก 150 HK$ แต่จะใช้ได้จริงเพียง 100 HK$ ที่เหลือ 50HK$ เป็นค่ามัดจำ และจะคืนให้ตอนไป Refund เงินคืน แต่จะโดนหักไป 7HK$ ถ้าคืนก่อน 3 เดือนหลังจากซื้อบัตร (ยังไงก็โดนหักอยู่ดี ใครจะไปอยู่ตั้งสามเดือน ยกเว้นว่าไปเที่ยวใหม่อีกรอบครับ 555+++) ได้บัตรมาแล้วก็เข้าไปในสถานีเลยครับ สายที่เรานั่งนี้จะเป็น MTR สายสีน้ำเงิน สถานีที่เราขึ้นเป็นต้นสายครับคือสถานี Sheung Wan นั่งไปแค่สถานีเดียวแล้วลงที่สถานี่ถัดไปที่สถานี Central เพื่อไปต่อสายสีแดงครับ (หรือจะลงสถานีถัดไปอีกก็ได้ที่ Admieralty ซึ่งสามารถต่อสายสีแดงได้เช่นเดียวกันครับ) พอต่อสายสีแดงแล้วก็ให้ลงที่สถานี Prince Edward นะครับ เดินออกประตู C2 ออกมาก็ให้เดินขึ้นเหนือไปเรื่อยๆครับ ข้ามแยกประมาณ 3 แยก (ไม่ต้องข้ามไปอีกฟากถนนนะครับ เดินฝั่งเดียวกับทางออก C2 ของสถานี MTR อย่างเดียวนะครับ) ก็จะเจอถนน Tong Mei ครับ เลี้ยวขวาเข้าถนนนี้ตรงมุมตึก เดินต่อไป 100 เมตรก็ถึงโรงแรม Oriental Lander Hotel แล้วครับเช็คอินได้เลย (เวลาเช็คอิน กฎของโรงแรมนี้ต้องมี Deposite เป็นเงินสด 200 HK$ ต่อห้อง หรือให้บัตรเครดิตเขาก็ได้ครับ และเขาจะคืนเราตอน Check-out) วันที่พวกผมไปถึง ยังไม่บ่าย 2 เลย ห้องที่จองไว้ 2 ห้องก็เสร็จแค่ห้องเดียว ก็เลยเอาของไปเก็บห้องเดียวก่อน แล้วก็ออกเดินเที่ยวฮ่องกงเลยครับ

แต่ก่อนที่เราจะเที่ยว กองทัพต้องเดิด้วยท้องครับ มือแรกในฮ่องกงฝากท้องไว้กับก๋วยเตี๋ยวในร้านริมถนน Portland Street (เป็นแยกถนนที่ติดกับทางออกสถานี MTR ประตู C2 ครับ) อร่อยดี หรือเพราะหิวก็ไม่รู้ครับ

บทความถัดไป เราจะไปเที่ยวเดอะพีคกันนะครับ ไปถ่ายรูปกับพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่